บริการด้านอาหาร: อาหารเด็กที่เหมาะสมกับพัฒนาการทารก

บริการด้านอาหาร: อาหารเด็กที่เหมาะสมกับพัฒนาการทารก อาหารเด็ก คือ การเริ่มให้เด็กเล็กหรือทารกหัดรับประทานอาหารแข็งอื่น ๆ นอกเหนือไปจากการดื่มน้ำนมแม่หรือนมผง พ่อแม่จะเริ่มฝึกให้ทารกรับประทานอาหารต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอาหารที่สับหรือบดละเอียด

การรับประทานอาหารอื่น ๆ จะช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน เนื่องจากร่างกายนำสารอาหารที่สะสมไว้ไปใช้เรื่อย ๆ ส่งผลให้สารอาหารเหล่านั้นเริ่มหมดลงเมื่อทารกอายุ 6 เดือน จึงต้องรับประทานอาหารอื่นควบคู่กับนมวัวที่กลายมาเป็นอาหารหลักเมื่อทารกอายุครบ 1 ปี ทั้งนี้ การฝึกให้ทารกหัดเคี้ยวหรือกัดอาหารก็ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อที่จำเป็นต่อพัฒนาการด้านการพูด

ควรให้อาหารเด็กแก่ทารกเมื่อไหร่ ?

โดยทั่วไปแล้ว พ่อแม่ควรเริ่มให้อาหารเด็กควบคู่กับการดื่มนมแม่หรือนมผงเมื่อทารกอายุครบ 6 เดือน การหัดให้รับประทานอาหารอื่นในช่วงวัยนี้จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพของทารก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดโอกาสที่ทารกจะเกิดอาการสำลักอาหาร แพ้อาหาร หรือติดเชื้อจากการรับประทานอาหารบางอย่าง โดยเฉพาะผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคแพ้กลูเตน (Coeliac Disease) ซึ่งอาจเกิดอาการดังกล่าวได้หากได้รับกลูเตนจากการรับประทานอาหารจำพวกธัญพืช ทั้งนี้ ยังมีวิธีสังเกตอาการหรือสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าทารกต้องการรับประทานอาหาร ดังนี้

– ทารกตั้งศีรษะตรง
– ลุกขึ้นนั่งโดยมีคนช่วยหนุนหลังหรือประคองให้นั่ง ผู้เป็นแม่อาจให้ทารกนั่งตักของตนก่อนขณะที่ให้เด็กรับประทานอาหาร เมื่อทารกนั่งได้เองแล้ว อาจให้นั่งบนเก้าอี้ได้
– เริ่มหัดเคี้ยว โดยทารกสามารถหยิบอาหารเข้าปากและกลืนได้ พ่อแม่จะสังเกตได้ว่าทารกน้ำลายไหลออกจากปากน้อยลง หรือมีฟันขึ้นมาประมาณ 1-2 ซี่
– ทารกจะเริ่มรับประทานอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลวได้เมื่อมีน้ำหนักตัวเพิ่มเป็น 2 เท่าจากน้ำหนักตัวแรกคลอด โดยน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน
– ทารกมองหรือพยายามหยิบอาหารแบบที่ผู้ใหญ่ทำ
– ทารกมองอาหารและหยิบอาหารเข้าปากตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ทารกอาจแสดงพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนได้ว่าสามารถให้เริ่มรับประทานอาหารเด็กได้ เช่น กัดมือหรือกำปั้นตัวเอง ตื่นขึ้นมากลางดึกหลังจากหลับไปแล้ว หรือต้องการดื่มนมมากขึ้น

อาหารเด็กสำหรับพัฒนาการทารกวัยต่าง ๆ

ทารกแต่ละช่วงวัยจะรับประทานอาหารแตกต่างกันไปตามพัฒนาการของร่างกาย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงแรกเกิด-6 เดือน และช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป ดังนี้

ช่วงแรกเกิด-6 เดือน
– น้ำนม ทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือน ควรดื่มนมแม่หรือนมผงสำหรับทารกในกรณีที่แม่ไม่สามารถให้นมบุตรได้ ซึ่งทารกจะได้รับปริมาณน้ำนมแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน ดังนี้
– น้ำนมแม่ การให้นมบุตรตลอด 6 เดือนแรกนับว่ามีประโยชน์ต่อทารกและมารดา โดยทารกจะสามารถต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เจริญเติบโตสมวัย และได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างครบถ้วน ส่วนมารดาที่ให้นมบุตรนั้นจะน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วและสามารถคุมกำเนิดได้นานขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่ามาตรฐานควรรับประทานอาหารให้เพียงพอและครบถ้วน เพื่อเลี่ยงภาวะน้ำหนักตัวลดลงอันส่งผลเสียต่อสุขภาพ แม่ที่ให้นมบุตรเอง ควรให้นมทารกวันละ 8-12 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อทารกอายุมากขึ้น ก็อาจใช้เวลาในการให้นมบุตรน้อยลง เนื่องจากร่างกายของทารกสามารถรับปริมาณน้ำนมได้มากและดีขึ้น
– นมผง ผู้เป็นแม่ควรชงนมผงสำหรับทารกในปริมาณ 60-90 มิลลิลิตร โดยให้ทารกดื่มนมทุก 3-4 ชั่วโมง ทั้งนี้ ทารกอาจดื่มนมวันละประมาณ 950 มิลลิลิตรเมื่ออายุครบ 6 เดือน และจะดื่มนมบ่อยขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงเจริญเติบโต
– ถั่วลิสง อาการแพ้ถั่วถือเป็นภาวะร้ายแรงและอันตรายต่อชีวิต การให้ทารกรับประทานถั่วลิสงตั้งแต่อายุยังน้อยจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้ได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ทำการศึกษาทารกช่วงอายุ 4-11 เดือน จำนวน 640 คน ที่มีอาการแพ้ไข่หรือป่วยเป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรง โดยแบ่งทารกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่รับประทานถั่ว และกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานถั่ว และใช้เวลาทำการทดลองจนทารกอายุครบ 60 เดือน พบว่า กลุ่มที่ไม่ได้รับประทานถั่วเกิดอัตราความชุกของภาวะแพ้ถั่วมากกว่ากลุ่มที่รับประทานถั่ว ทารกที่ป่วยเป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบรุนแรงหรือแพ้ไข่ จัดเป็นกลุ่มที่เสี่ยงเกิดอาการแพ้ถั่วได้สูง จึงควรรับประทานถั่วลิสงตั้งแต่อายุ 4-6 เดือน แล้วจึงให้รับประทานอาหารเด็กอย่างอื่นเมื่อครบกำหนดอายุที่เหมาะสม ส่วนทารกที่เกิดอาการของโรคผื่นผิวหนังอักเสบระดับอ่อนไปจนถึงค่อนข้างรุนแรง ควรหัดรับประทานถั่วลิสงเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน เพื่อเลี่ยงการเกิดอาการแพ้ถั่ว และทารกที่ไม่ได้ป่วยเป็นผื่นผิวหนังอักเสบหรือมีอาการแพ้อาหาร สามารถรับประทานถั่วลิสงร่วมกับอาหารเด็กชนิดอื่น ๆ ได้ตามต้องการ อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ควรให้ทารกเริ่มหัดรับประทานถั่วลิสงในรูปของเนยถั่วชนิดบดละเอียดที่ผสมกับผักหรือผลไม้บดละเอียด เพื่อไม่ให้อาหารติดคอทารก
– ช่วงอายุ 6 เดือน ขึ้นไป ทารกที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป สามารถรับประทานอาหารอื่นนอกเหนือจากน้ำนมแม่หรือนมผงสำหรับทารกได้ ควรเริ่มให้อาหารที่มีส่วนผสมอย่างเดียวทีละชิ้นหรือในปริมาณ 0.5-1 ออนซ์ โดยเลือกอาหารที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งสังเกตว่าทารกเกิดอาการแพ้อาหารที่ให้หรือไม่ โดยใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน แล้วจึงให้ทารกรับประทานอาหารอย่างอื่น ค่อย ๆ เพิ่มเวลาในการรับประทาน ปริมาณอาหาร และสารอาหารที่หลากหลายตามอายุของทารก ทารกควรได้รับประทานอาหารครบถ้วนทุกหมู่เมื่ออายุประมาณ 7-8 เดือน โดยทารกแต่ละช่วงอายุจะรับประทานอาหารต่าง ๆ ได้ ดังนี้

ช่วงอายุ 6-8 เดือน
– น้ำนม ทารกช่วงอายุนี้ยังต้องได้รับสารอาหารจากน้ำนมแม่หรือนมผงสำหรับทารกอยู่ โดยอาจดื่มนมน้อยลงและรับประทานอาหารอื่นมากขึ้น ผู้ที่ให้นมบุตรควรให้ทารกดื่มนมตามความต้องการของร่างกาย ส่วนทารกที่ดื่มนมผงจะได้ดื่มนมประมาณ 700-950 มิลลิลิตร ตามความต้องการสารอาหารของร่างกาย
– ผลิตภัณฑ์ธัญพืชต่าง ๆ ทารกควรรับประทานอาหารจำพวกธัญพืชจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ซีเรียลอุดมธาตุเหล็ก ขนมปัง หรือแครกเกอร์ชิ้นเล็กประมาณ 1-2 ออนซ์
– ผักและผลไม้ ทารกควรรับประทานผักปรุงสุกหรือผลไม้ที่บดจนเนื้อสัมผัสของอาหารละเอียดข้น โดยให้ทารกรับประทานในปริมาณ 2-4 ออนซ์
– อาหารที่มีโปรตีน ทารกควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยให้รับประทานเนื้อสัตว์ ไก่ ปลา ไข่ ชีส โยเกิร์ต หรือถั่วเมล็ดแห้งที่บดจนป่นหรือเนื้อสัมผัสอาหารละเอียดและข้นในปริมาณ 1-2 ออนซ์

ช่วงอายุ 8-12 เดือน
– น้ำนม ทารกช่วงอายุนี้สามารถดื่มน้ำนมแม่ได้อยู่ ส่วนทารกที่ดื่มนมผงควรดื่มประมาณ 700 มิลลิลิตร หรือให้นมแก่ทารกตามความต้องการของร่างกาย
– ผลิตภัณฑ์ธัญพืชต่าง ๆ ทารกควรรับประทานอาหารที่ได้จากธัญพืชต่าง ๆ มากขึ้น โดยให้รับประทานซีเรียลที่อุดมธาตุเหล็กประมาณ 2-4 ออนซ์ รวมทั้งเสริมอาหารธัญพืชอื่น ๆ ได้แก่ แครกเกอร์ ขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือแป้งข้าวโพดชนิดหยาบ (Corn Grits)
– ผักและผลไม้ ทารกช่วงอายุนี้สามารถรับประทานผักและผลไม้ที่มีเนื้อสัมผัสหยาบขึ้นกว่าเดิมได้ โดยให้รับประทานแบบสับละเอียดหรือหั่นชิ้นเล็ก ๆ เป็นลูกเต๋าในปริมาณ 4-6 ออนซ์
– อาหารที่มีโปรตีน ควรรับประทานไก่ และปลาที่สับหรือหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ รวมทั้งรับประทานไข่ ชีส โยเกิร์ต หรือถั่วเมล็ดแห้งที่บดละเอียดในปริมาณ 2-4 ออนซ์

อาหารเสริมสำหรับอาหารเด็ก

ทารกที่อายุตั้งแต่ 6 เดือน ขึ้นไป ควรได้รับอาหารเสริมต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ดังนี้

– วิตามินเอและวิตามินซี ทารกที่ไม่ได้ดื่มนมผงวันละ 500 มิลลิลิตร ควรรับประทานอาหารเสริมที่ประกอบด้วยวิตามินเอหรือวิตามินซีเพิ่ม เนื่องจากทารกอาจได้รับวิตามินที่ผสมอยู่ในนมผงสำหรับทารกอย่างไม่เพียงพอ ทั้งนี้ พ่อแม่สามารถให้ทารกรับประทานวิตามินเอและวิตามินซีเสริมได้จนกระทั่งทารกโตอายุครบ 5 ขวบ เพื่อช่วยให้ได้รับวิตามินที่จำเป็นอย่างครบถ้วน
– วิตามินดี ทารกที่ไม่ได้ดื่มนมผงวันละ 500 มิลลิลิตร ควรรับประทานอาหารเสริมที่ผสมวิตามินดีวันละ 8.5-10 ไมโครกรัม โดยทารกสามารถรับวิตามินดีเสริมได้จนอายุครบ 5 ปี ทั้งนี้ เด็กสามารถรับประทานวิตามินดีเสริมได้วันละ 10 ไมโครกรัม ในกรณีที่เด็กรับประทานอาหารต่าง ๆ ได้ยาก
– วิตามินบี 12 เด็กเล็กที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ ควรรับประทานอาหารเสริมที่ผสมวิตามินบี 12 ควบคู่กัน เพื่อช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ

อาหารที่ควรเลี่ยงสำหรับเด็ก

เด็กแต่ละช่วงวัยควรได้รับอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการของตน เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ควรระวังอาหารบางอย่างที่ไม่ควรให้ทารกรับประทาน โดยอาหารที่ควรเลี่ยง มีดังนี้

– เกลือ พ่อแม่ควรเลี่ยงปรุงอาหารด้วยเกลือ รวมทั้งจำกัดการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของเกลือหรืออาหารที่ผ่านการปรุงแต่งให้กับทารก เช่น เบคอน หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการบางอย่าง โดยทารกที่อายุ 7 เดือนขึ้นไป ควรได้รับเกลือวันละไม่เกิน 1 กรัม
– น้ำตาล พ่อแม่ควรเลี่ยงให้ทารกบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปรุงแต่งน้ำตาลเข้าไป ซึ่งรวมไปถึงอาหารหรือเครื่องดื่มที่ใส่สารให้ความหวานอื่น ๆ
– น้ำผึ้ง ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี ควรเลี่ยงรับประทานน้ำผึ้ง เนื่องจากอาจมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ ซึ่งก่อให้เกิดโรคที่เกิดสารพิษจากการได้รับเชื้อดังกล่าว หรือที่เรียกว่าโรคบูทูลิซึม (Botulism) แก่ทารกได้
– เครื่องดื่มต่าง ๆ ทารกและเด็กเล็กไม่ควรดื่มเครื่องดื่มโซดา เครื่องดื่มผสมเจลาติน กาแฟ ชา น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มโซดารสผลไม้
– นมวัว ทารกไม่ควรบริโภคผลิตภัณฑ์นมวัวต่าง ๆ จนกว่าจะมีอายุครบ 12 เดือน
– อาหารบางประเภทและเครื่องปรุงรส ไม่ควรให้ทารกรับประทานอาหารทอดหรือเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการปรุงอื่น ๆ รวมทั้งควรเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน เนย ไขมันอื่น ๆ และเครื่องปรุงต่าง ๆ

RELATED POST

Andy Puzder: ข้อเสนอของ Biden ในการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงเป็น $ 15 จะทำลายงานและทำร้ายคนว่างงาน

ประธานาธิบดีโจไบเดนที่ได้ รับการเลือกตั้งเสนอให้เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาลกลางจากปัจจุบัน 7.25 ดอลลาร์เป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการบรรเทาทุกข์จากไวรัสโคโรนาของเขาที่ประกาศเมื่อคืนวันพฤหัสบดี การเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นนี้จะทำให้ผลกระทบร้ายแรงยิ่งขึ้นจากการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับธุรกิจขนาดเล็กในขณะที่ทำอันตรายอย่างมากต่อชาวอเมริกัน10.7ล้านคนที่ตกงาน สถานการณ์นี้สิ้นหวังมากสำหรับการดิ้นรนในธุรกิจขนาดเล็กซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้สภาคองเกรสได้เพิ่มเงินทุนทั้งหมดที่มีอยู่ภายใต้โครงการคุ้มครองการจ่ายเงินเดือนเป็นเกือบ1 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อช่วยให้พวกเขาจ่ายเงินให้กับพนักงานและลอยตัว Biden เสนอเพิ่มเงินช่วยเหลืออีก 190 พันล้านดอลลาร์สำหรับธุรกิจชนกลุ่มน้อย แต่ถ้าธุรกิจขนาดเล็กตกอยู่ในความล้มเหลวแล้วและต้องการความช่วยเหลือเพียงแค่จ่ายเงินให้กับพนักงานทำไมต้องเพิ่มค่าจ้างจำนวนมากซึ่งทำให้การทำยากขึ้น STEPHEN MOORE: 'แผนการช่วยเหลือ' 1.9…

แอลเอเคาน์ตี้ DA Gascon ขาดข้อหาพิเศษในคดีโจรกรรมของตำรวจที่ถูกกล่าวหา

อัยการสูงสุดของซานดิเอโกเคาน์ตี้กำลังยกเลิกการอนุญาตให้ อัยการเขตที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ของ ลอสแองเจลิสเคาน์ตี้ดำเนินคดี กับตำรวจที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรและผู้ต้องสงสัยว่าเป็นโจรติดอาวุธหลังจากที่ DA ปฏิเสธที่จะดำเนินคดีกับจำเลย ในจดหมายวันจันทร์อัยการเขตซัมเมอร์สเตฟานวิพากษ์วิจารณ์จอร์จแกสคอนผู้ซึ่งได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งในลอสแองเจลิสเคาน์ตี้บนเวทีปฏิรูปการฟ้องร้องซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและเหยื่ออาชญากรรมบางรายรายงาน FOX 11 จากลอสแองเจลิส "ฉันไม่ต้องการให้คดีในเขตซานดิเอโกของเราเชื่อมโยงกับคำสั่งพิเศษใด ๆ ที่ประกาศต่อสาธารณะซึ่งยกเลิกสถานการณ์พิเศษและข้อกล่าวหาการใช้ปืนที่ร้ายแรงซึ่งเหตุผลที่คุณระบุไว้คือ 'เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม' เมื่อข้อเท็จจริงของความรุนแรงของจำเลยรายนี้ชัดเจน ความผิดแสดงว่าไม่ใช่ "สเตฟานเขียน ผู้สั่งการของ LA COUNTY…

9 สิ่งที่น่าแปลกใจประกันภัยรถยนต์ครอบคลุม

บางครั้งก็ยากที่จะเห็นค่าในการประกันภัยรถยนต์ เป็นค่าใช้จ่ายที่คุณหวังว่าคุณจะไม่เคยใช้ แต่เมื่อคุณประสบอุบัติเหตุหรือรถของคุณถูกทำลายนโยบายของคุณสามารถป้องกันคุณจากการจ่ายค่าซ่อมที่มีราคาแพงออกจากกระเป๋า สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่านโยบายการประกันรถยนต์ทั้งหมดไม่เหมือนกันและความคุ้มครองจะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ แต่มีเหตุการณ์ที่น่าประหลาดใจเก้าเหตุการณ์ที่คุณอาจไม่รู้ว่าเป็นมาตรฐานในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของคุณและไม่กี่เหตุการณ์ที่ไม่เป็นเช่นนั้น ถ้าคุณมีความกังวลใด ๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองการประกันให้แน่ใจว่าคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์หลายผู้ให้กู้ที่น่าเชื่อถือเพื่อดูตัวเลือกทั้งหมดของการประกันภัยรถยนต์ของคุณ สิ่งที่น่าประหลาดใจที่ประกันรถยนต์ของคุณครอบคลุม คนส่วนใหญ่ไม่เคยอ่านพิมพ์เล็ก ๆ ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หากเป็นเช่นนั้นพวกเขาอาจประหลาดใจที่ได้เรียนรู้เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดบางอย่างที่ครอบคลุม ความเสียหายของหนู สายไฟที่เคี้ยวเบาะฉีกหรือความเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นกับภายนอกและภายในรถของคุณโดยหนูหรือกระรอกอยู่ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ส่วนใหญ่ อาจมีค่าใช้จ่ายหลายพันในการซ่อมแซมความเสียหายดังนั้นการรู้ประกันรถยนต์ของคุณผ่านคลัตช์จึงช่วยบรรเทาได้ การชำระเงินค่าเช่ารถ หากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของคุณมีความคุ้มครองสามประเภท…

ภาพยนตร์คลาสสิก 10 อันดับแรกที่น่าจับตามองในวันส่งท้ายปีเก่า

วันส่งท้ายปีเก่าจะดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างแน่นอน แต่คุณยังสามารถบอกลาปี 2020 ได้อย่างมีสไตล์ คุณมีตั๋วที่ร้อนแรงที่สุดในเมืองแล้ว (บ้านแสนหวาน) และคุณสามารถย้อนกลับไปในการลุกขึ้น (หรือชุดนอน) ที่มีเสน่ห์ได้อย่างง่ายดายมีฟองมากมายและเพลย์ลิสต์ที่ดูแลอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากป๊อปคอร์นแล้วคุณยังสามารถปิดท้ายปีนี้ได้ด้วยการชมภาพยนตร์คลาสสิกที่ให้ความรู้สึกดีที่มีดาราที่โด่งดังที่สุดของฮอลลีวูด<!--more--> ที่จะช่วยให้เรามีของเราหยิบข่าวฟ็อกซ์เอื้อมมือออกไปผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์และภาพยนตร์อร์เนอร์คลาสสิก (TCM)โฮสต์อลิเซียมาโลนที่ใช้ร่วมกันบางส่วนของเธอเป็นเจ้าของรายการที่ชื่นชอบส่วนบุคคลที่จะสตรีมหรือเช่าก่อนหยอดบอล และที่ดีที่สุดคือคุณสามารถเข้าร่วมในปี 2021 ในขณะที่การแข่งขันมาราธอนภาพยนตร์ดำเนินต่อไป แอนนาอาจจะนำเสนอใน 'ฮอลลีวูด' ของ NETFLIX ในที่สุดก็ได้รับความยุติธรรมบางอย่าง…