เล่นหุ้นอย่างไรให้ไม่ขาดทุน

เล่นหุ้นอย่างไรให้ไม่ขาดทุน ทุกครั้งที่ได้ยินคนรอบๆ ตัว เพื่อนสนิทมิตรสหายหลายๆ ท่าน เริ่มพูดคุยกันว่า “อยากจะเริ่มต้นเล่นหุ้น” ทีไร บอกตรงๆ ว่าใจสั่นขึ้นมาทุกทีครับ เพราะใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่คนหลายคนสนใจเรื่องการลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับตัวเอง แต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกหวั่นๆ เพราะทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ นั่นแปลว่าจะมี “มือใหม่” หลายๆ คนที่ขาดทุนจนเข็ดและขยาดตลาดหุ้นกันไปเลยครับ

ใครหลายคนมักจะตั้งคำถามว่า ถ้าอยากจะเล่นหุ้นต้องมีอะไรบ้าง คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ คือ ต้องมี “เงิน” เป็นอันดับแรก แต่สิ่งที่สำคัญกว่าเงินที่เรามี นั่นคือ “ความรู้และความเข้าใจที่ถูกวิธีในการลงทุน” ต่างหากครับ

เอาล่ะ.. เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า เคล็ดลับในการเล่นหุ้นให้ได้กำไรทั้ง 5 ข้อนี้ มีอะไรบ้าง

1. เปลี่ยนคำว่า “เล่น” เป็น “ลงทุน”

สิ่งแรกเราต้องเข้าใจว่า ความแตกต่างระหว่างของคำว่า “เล่นหุ้น” กับ “การลงทุนในหุ้น” นั่นคือ “เป้าหมาย“ ในการลงทุน เพราะคำว่า “เล่นหุ้น” นั้น มักจะหมายถึงการเล่นเก็งกำไรในระยะสั้นๆ ซึ่งต้องการกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้น แต่ “การลงทุนในหุ้น” ต้องการความมั่นคงในระยะยาว โดยคาดหวังผลตอบแทนจากการเติบโตของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล หรือมูลค่าของหุ้นในอนาคต

ดังนั้นสำหรับมือใหม่ทุกคน ขอแนะนำให้เริ่มต้นตั้งเป้าหมายที่การลงทุนระยะยาวเป็นลำดับแรก อย่าคิดที่จะซื้อขาย “เล่นๆ” เพื่อหวัง “เก็งกำไร” เพราะสุดท้ายแล้วมักจะจบลงที่ลุ้นกันจนตัว “เกร็ง” ทุกทีเลยเชียว

2. ต้องใช้ “เงินเย็น” เท่านั้น

เงินเย็น คือ เงินที่เราสามารถเสียไปโดยที่ไม่เดือดร้อน หรือพูดง่ายๆ คือ เงินที่หายไปก็ไม่เสียดายนั่นเอง เพราะการลงทุนในหุ้นนั้นมี “ความเสี่ยง” ดังนั้นถ้าหากเราเอาเงินที่เกี่ยวข้องกับการใช้ “ชีวิต” ไปเสี่ยง แบบนั้นคงไม่ดีใช่ไหมครับ

แต่การใช้เงินเย็นก็ไม่ได้แปลว่าไม่เสี่ยงนะครับ จะเงินร้อน เงินเย็น เงินคนอื่น (เอ๊ะ!) เงินแบบไหนมันก็เสี่ยงทั้งหมดเมื่อมาลงทุนในหุ้น แต่ข้อได้เปรียบของเงินเย็น คือ เป็นเงินที่ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน แต่มันอาจจะเจ็บใจเล็กน้อยเมื่อขาดทุน (ฮึ่ม!) เพราะหลายๆ ตัวอย่างที่ผิดพลาดและขาดทุนแบบสุดกู่ ไปไม่กลับหลับไม่ตื่น คือ ใช้เงินกู้ในการเล่นหุ้น พอเล่นแล้วเสีย คราวนี้ก็เพลียกว่าเดิมเพราะต้องมีภาระทั้งดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายในชีวิตอีกด้วยครับ

นอกจากเงินเย็นแล้ว สิ่งแรกที่ควรต้องมีก่อนจะเริ่มลงทุน คือ “เงินออม” โดยอย่างน้อยต้องมีเงินออมไว้จำนวน 3-6 เท่าของรายจ่าย เผื่อไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินและไม่คาดฝันด้วยครับ

3. รู้จัก “หุ้น” ให้ดีเสียก่อน

คำว่ารู้จักหุ้นให้ดีเสียก่อน ไม่ได้แปลว่าให้ไปทำความรู้จัก สวัสดีทักทายหุ้นที่เราต้องการลงทุนนะครับ แต่ให้รู้ก่อนว่า หุ้นตัวนั้นที่เราเลือก ประกอบธุรกิจอะไร มีผลการดำเนินงานอย่างไร ข้อมูลต่างๆ บทวิเคราะห์ ข่าว ผู้บริหาร วิสัยทัศน์ และอื่นๆ อีกมากมายที่เราต้องรู้ ถ้าถามว่ารู้แค่ไหนดี บอกตรงๆ ว่ารู้ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ และเมื่อรู้เยอะแล้ว ต้อง “คิด วิเคราะห์ แยกแยะ” ข้อมูลให้เป็นด้วย เพื่อที่จะได้เข้าใจและวางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้อง

ข้อผิดพลาดใหญ่ๆ ที่มือใหม่เจอเสมอ นั่นคือ “หุ้นเพื่อนบอก” เพื่อนเรานี่แหละครับตัวดี บอกข่าวมาว่าหุ้นตัวนี้ดีๆๆ ให้เรารีบๆ ซื้อ แถมบอกราคาเป้าหมายไว้เสร็จสรรพ แต่ถ้าเราซื้อไปโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลอะไรเลย แต่รีบซื้อเพราะกลัวว่าจะ “ตกรถ” (หุ้นขึ้น แต่ไม่ได้ซื้อ) แต่พอเอาเข้าจริงๆ ผ่านไปสักพัก เรากลับ “ติดดอย” แทน เพราะว่าเจ้าเพื่อนตัวดีมันไม่เคยบอกเลยว่า ราคาที่เหมาะจริงๆ ของหุ้นตัวนี้คือเท่าไรกันแน่

คำที่น่ากลัวอีกคำ คือ “วงใน” หรือ “เค้าว่ามา” รับประกันเลยว่า ถ้าข่าวหลุดมาถึง “มือใหม่” เมื่อไรแล้วล่ะก็ ข่าวนั้นคงไม่ใช่ “วงใน” แล้วล่ะครับ

4. รู้จัก “ตัวเรา” ให้ดีพอ

รู้ก่อนว่า .. เรารับความเสี่ยงได้มากแค่ไหนกันแน่ เพราะบางคนเล่นหุ้นเพราะหวังกำไรเยอะๆ แต่รับความเสี่ยงไม่ได้ ผลสุดท้ายต้องทรมานจิตใจแทน ดูเช้า ดูเย็น ดูทั้งวัน งานการไม่ได้ทำเพราะกลัว อันนี้ก็ไม่ไหวนะครับ

อีกอย่างที่สำคัญ และต้องทบทวนตลอดเวลา นั่นคือ เป้าหมายที่เราต้องการในการลงทุน และถามตัวเองอยู่เสมอครับว่า วิธีการและสิ่งที่เราทำในการลงทุนนั้น มันทำให้เราเดินไปถึงเป้าหมายได้จริงๆ หรือเปล่า

5. รักษาต้นทุนก่อนคิดถึง “กำไร”

วิธีการลงทุนที่ดีที่สุด คือ “ไม่ขาดทุน” หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า ถ้าเล่นหุ้นแล้วไม่หวังกำไรจะเล่นไปทำไมใช่ไหมครับ แต่ความหวังที่อยากจะได้กำไรสูงๆ นั่นแหละครับ ทำให้เราทุกคนเกิดความโลภในการลงทุน จนบางครั้งมองข้ามสิ่งสำคัญหลายๆ อย่างไป ดังนั้นในการตัดสินใจซื้อหุ้นทุกครั้ง เราต้องถามตัวเองย้ำๆ ว่า เราจะลดความเสี่ยงในการขาดทุนให้ต่ำที่สุดได้อย่างไร อย่าลืม ศึกษาข้อมูลให้ดี ดูความเสี่ยงให้เหมาะสม ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะเราต้องถือหุ้นตัวนี้ไปอีกนานแสนนาน

RELATED POST

ออสเตรเลียเดินหน้าเรียกร้องสืบหา “ที่มา” ไวรัสโคโรนา

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าวต่อสมัชชายูเอ็น ย้ำการต้องสืบสวน "ให้ถึงแหล่งกำเนิดแท้จริง" ของโรคโควิด-19 คำกล่าวที่มีแนวโน้มยิ่งสร้างความตึงเครียดกับจีน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ว่านายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) สมัยที่ 75 เมื่อวันศุกร์  มีเนื้อหาตอนหนึ่งเกี่ยวกับวิกฤติโรคระบาดโควิด-19…

วิธีการ ลดเหนียง ลดแก้ม ทำยังไงได้บ้าง!

วิธีการ ลดเหนียง ลดแก้ม ทำยังไงได้บ้าง! อยากลดเหนียง ลดแก้ม แต่ทำยังไงทั้งแก้ม ทั้งเหนียงก็ยังอยู่ จะสวย จะผอมทั้งที ทำไมมันลำบากขนาดนี้ ต้องอ่าน! เฉลย สารพัดวิธีการ ทำยังไงผอมแล้ว เหนียง และแก้ม ก็หายไปด้วยได้ สิ่งที่สาวๆ หลายคนมักสงสัยกันคือ…

รัสเซียติดโควิดวันเดียวมากที่สุดในรอบ 3 เดือน

รัฐบาลรัสเซียยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่วันเดียวมากกว่า 7,000 คน เป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย. ด้านกรุงมอสโกขอพนักงานบริษัทกลับมาทำงานจากที่บ้านอีกครั้ง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของรัสเซียรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่าสถิติสะสมของผู้ป่วยอยู่ที่อย่างน้อย 1,136,048 คน เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐ อินเดีย และบราซิล โดยพบผู้ป่วยในรอบวันที่ผ่านมา…

ขายของออนไลน์ ต้องเริ่มต้นจากอะไร?

ขายของออนไลน์ ต้องเริ่มต้นจากอะไร? อันดับแรกเราควรถามตนเองก่อนว่าอยากขายสินค้าออนไลน์เพราะอะไร สาเหตุถึงการขายของออนไลน์ เช่น รายได้ของตนเองไม่เพียงพอ อยากหารายได้ให้มากขึ้นกว่าเดิม หรือเห็นเพื่อนขายแล้วดีและรวย หรือเรารู้สึกว่าใช้เวลากับงานหลักมากไปแต่ผลตอบแทนกลับน้อย ซึ่งการถามตนเองครั้งนี้เปรียบเสมือนแรงพลักดันก้าวแรก หรืออาจเปลี่ยนความคิดจากการขายของออนไลน์ที่เป็นเพียงอาชีพเสริมให้กลายเป็นงานหลักในอนาคต ขั้นต่อมาเราต้องยอมรับธรรมชาติของพ่อค้าแม่ค้าขายของออนไลน์ที่ต้องเจอคือ “มีเวลามากพอที่จะขายของออนไลน์หรือไม่” ซึ่งปัญหาที่เราต้องเจอคือ การตอบแชทลูก ที่เรียกว่า Social E-commerce หรือ Chat…